Breaking News

ความพิเศษ

ความพิเศษ “คีธ ลิดเดลล์” นักมวยความสามารถพิเศษที่บ้าทำลายสถิติออกหมัดเร็วที่สุดในโลกจนถึงอดไปโอลิมปิก

ความพิเศษ เด็กผู้ชายคนหนึ่งหวังจะไปโอลิมปิกในฐานะนักมวยตัวกลุ่มชาติอเมริกามาตลอดชาติ แต่ทว่าอีกก้าวเดียวแท้ๆ

ความพิเศษ เด็กผู้ชายคนหนึ่งหวังจะไปโอลิมปิกในฐานะนักมวยตัวกลุ่มชาติอเมริกามาตลอดชาติ แต่ทว่าอีกก้าวเดียวแท้ๆ ความฝันกลับไม่เป็นจริงเพราะเหตุว่าเกิดเหตุบางสิ่ง อย่างไรก็ดี ความผิดพลาดในหนแรก ทำให้เขาเปลี่ยนเส้นทางสายหมัดมวยเสียใหม่

รวมทั้งแปลงเป็นผู้ที่โลกจดจำ เพียงแต่ว่าทางอีกทั้ง 2 แบบ ไม่สามารถที่จะมาบรรสิ้นสุดกันได้ในโลกที่ความเป็นจริง และก็ทำให้เขาฝันค้างไปตลอดไป นี่เป็นเรื่องราวของ คีธลิดเดลล์ นักต่อยที่ตั้งจิตใจทำลายสถิติโลกกระทั่งคลุ้มคลั่ง.. ถึงแม้ว่าจะโอลิมปิกก็ไม่ได้ไป

ชิคาโก แดนคนมวย ย่านบร็องซ์ ที่มหานครนิวยอร์ก บางทีก็อาจจะลือชื่อในประเด็นการสร้างแชมป์โลกในแวดวงมวยมาอย่างช้านานตั้งแต่แมื่อสมัย เจค ลาม็อตตา มาจนกระทั่ง ยกการ์ เรย์ โรบินสัน แล้วก็แม้กระทั้ง ไมค์ ไทสัน ก็มีถิ่นเกิดมาจากเขตบร็องซ์ทั้งสิ้น

ซึ่งทำให้ที่ที่นี้ถูกเรียกว่า “บ้านของแชมป์” อย่างไรก็แล้วแต่ อีกมุมหนึ่งที่เมืองชิคาโก เมืองอิลลินอยส์ พวกเขาก็มีวัฒนธรรมมวยรวมทั้งเป็นบ้านของแชมป์โลกอีกที่หนึ่งด้วย หากแม้ ชิคาโก จะไม่ขึ้นชื่อลือนามเท่า บร็องซ์ ที่พวกเขาก็สร้างนักชกอย่าง โทนี่ ซาเล

ผู้ครอบครองสมญานาม “แมน ออฟ สตีล” แชมป์โลกรุ่นมิดเดิลเวตในสมัย 40เอส นอกเหนือจากนี้ยังมียอดมวยจำนวนมากที่เกิด, โต แล้วก็เป็นความภาคภูมิใจของชิคาโก ทั้งยัง เออร์นี่ เทอร์เรลล์, แจ็คกี้ ฟิลด์ส, เอ็ดดี้ เพอร์รับประทานส์, จอห์นนี่ โคลอน

หรือแม้กระทั้งจนถึงผู้ครอบครองรางวัลนวมทองคำอย่าง แฮโรลด์ เดด ก็เกิดแล้วก็โตที่ชิคาโกเหมือนกัน ข้อแตกต่างระหว่าง บร็องซ์ กับ ชิคาโกเป็นเหล่าวีรบุรุษวงการมวยจากชิคาโกนั้น โดยมากเป็นนักมวยรุ่นก่อน อยู่ในสมัยโทรทัศน์ขาวดำทั้งหมด แต่ว่าชิคาโกขาดโคตรมวยในสมัย 70เอส เป็นต้นมา

โน่นก็เลยทำให้พวกเขาไม่ได้ถูกจำในฐานะ “บ้านของแชมป์” เท่าไรนัก ทั้งในสมัยข้างหลังๆความนิยมชมชอบสำหรับเพื่อการเป็นนักมวยสะกดรอย “ความภูมิใจของเมือง” ยังลดน้อยถอยลงไป เพราะว่าพบกระแสจากกลุ่มบาสเกตบอล เอ็นบีเอ อย่าง ชิคาโก บูลส์ ในยุค 90

นำโดย “กอร์ท” อย่าง ไมเคิล จอร์แดน ที่ทำให้ ชิคาโก มีชื่อเสียงของคนทั่วทั้งโลกนั่นเอง แม้กระนั้น เด็กๆที่ชิคาโกผู้คนจำนวนมากมีเป้าหมายที่จะเป็นนักมวยไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากรูปแบบของคนชิคาโกนั้นถูกเรียกว่า “เมืองที่แข็งขันที่สุด” หรือเรียกอีกชื่อว่า “คนประเทศญี่ปุ่นที่อเมริกาเหนือ”

เหตุผลเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากปี 1871 ที่เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ กระทั่งเมืองโดนทำลายไปครึ่งเมือง แม้กระนั้นผู้ที่นี่ก็สร้างเมืองกันใหม่ขึ้นมาอย่างขมีขมัน แล้วก็ฉวยโอกาสจัดระบบเมืองขึ้นมาใหม่ มีการแบ่งโซนต่างๆชัดแจ้ง

ความพิเศษ รวมทั้งนั่นทำให้โซนตอนใต้ของชิคาโก เปลี่ยนเป็นถิ่นของ “คนผิวดำ” ที่ชุมนุมกันขึ้นมาจนกระทั่งเป็นสังคมใหญ่รวมทั้งเป็น “เจ้าถิ่น” ในย่านนั้นขึ้นมา ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยต้องการจะเป็นนักมวย มวย วันนี้

ความพิเศษ

ความฝันกลับไม่เป็นจริงเพราะเหตุว่าเกิดเหตุบางสิ่ง อย่างไรก็ดีความผิดพลาดในหนแรก

ความพิเศษ มวยเป็นช่องทางที่ทำให้พวกเราได้ออกมาจากตรงนี้ การเจริญเติบโตในชิคาโก ทำให้ท่านมองเห็นการค้าขายสิ่งเสพติด การจู่โจมกันระหว่างกลุ่ม ถ้าหากคุณไม่ต้องการเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของภาพคุ้นพวกนี้

คำตอบของคุณเป็น ชกมวย” เด็กหนุ่มวัย 15 ปี ชาวชิคาโกคนหนึ่ง กล่าวในสารคดีเรื่อง “อะ ไฟต์ติ้ง เชียน” ซึ่งเป็นสารคดีที่ว่าด้วยวัฒนธรรมของการชกมวยในเมืองชิคาโก สารคดีเล่าว่า ชิคาโกเป็นเมืองที่มีลมหายใจที่การต่อสู้

พวกเขามีโรงยิมรองรับนักมวยมากไม่น้อยเลยทีเดียวทั้งเมือง บางที่ถูกทำขึ้นมารวมทั้งเปิดให้ใช้แบบไม่คิดเงินด้วย โดยยิ่งไปกว่านั้นในช่วงปลายสมัย 90เอส ด้วยเหตุว่ามีหลายหน่วยงานเข้ามาที่เขตตอนใต้ของชิคาโก

เพื่อแก้ไขปัญหาเด็กแล้วก็เยาวชน พวกเขาใช้มวยเป็นกีฬาที่ดึงเด็กๆออกมาจากความร้ายแรง แล้วก็ในที่สุดหากโชคดีเพียงพอ พวกเขาจะได้เด็กผู้ที่เอาจริงเอาจัง ขมักเขม้น แล้วก็พร้อมจะเป็นนักมวยที่ดีในอนาคต แล้วก็เป็นตัวอย่างที่ดีของเยาวชนรุ่นต่อๆไป

ซึ่งชื่อของ คีธลิดเดลล์หมายถึง1 ในนั้น ชิคาโกได้รับสมญานามว่าเป็น “เดอะวินดี้ซิตี้” เนื่องจากว่าเป็นเมืองที่มีลมพัดจากทะเลสาบมิชิแกนตลอดระยะเวลา รวมทั้งในเวลาเดียวกัน สายลมนี้เองที่ทำให้ คีธลิดเดลล์ลืมตาตื่น แต่เช้าวันแล้ววันเล่าออกมาวิ่งอบอุ่นร่างกายก่อนฟ้าจะสว่าง

แล้วก็ข้างหลังกินมื้อเช้าเสร็จเขาจะออกไปฝึกมวยในทันที ความตั้งอกตั้งใจเดียวของคีธ ลิดเดลล์ เป็นการปีนเต้าพาตนเองขึ้นไปเป็นทางยอดมวย ปกติแล้ว ทางจะเริ่มจากการเป็นนักมวยในระดับเยาวชน เริ่มต่อยในแบบมวยสากลสมัครเล่น คัดเลือกตัวเหมาะสมมชาติ ไปชกในโอลิมปิก

และก็ในที่สุดก็เทิร์นโปรเป็นนักชกอาชีพ นี่เป็นทางที่นักมวยระดับนานาชาติเกือบทุกคนเคยผ่านมาทั้งหมดทั้งปวง แล้วก็คีธ ก็แน่ใจว่าเขาจะสามารถทำแบบนั้นได้ ในระดับเยาวชน คีธเป็นเด็กระดับหัวแถวของเมืองอิลลินอยส์ เขาคว้าชัยชนะของเมืองในระดับเยาวชนมาแล้ว

ความเก่งกล้าเล่าลือเกี่ยวกับเด็กที่ชื่อว่า คีธลิดเดลล์เป็นเด็กวัยรุ่นที่ออกหมัดได้ไวกว่าการกระพริบตา ซึ่งโน่นเป็นลักษณะเด่นที่ทำให้เขาเอาดีบนทางหมัดมวยได้อย่างเร็ว จนถึงมาถึงในตอนปี 2006 ที่เริ่มมีการคัดเลือกตัวนักต่อยระดับสมัครเล่นเพื่อติดทีมชาติอเมริกา

ไปแข่งขันโอลิมปิกหน้าร้อนปี 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน คีธก็ร่วม ด้วยความเก่งกล้ารวมทั้งเกียรติศักดิ์เรื่องหมัดความเร็วแสงสว่างที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยพูดถึง ทำให้ใครๆต่างกล่าวว่า “เขาจะได้ไปโอลิมปิกแน่นอน” แต่ว่าชีวิตคนบทจะหมดดวงมันก็ดวงกุดไปแบบไม่น่าเชื่อ

คีธผ่านรอบคัดเลือกตัวมาจนกระทั่งแทบรอบในที่สุด แต่ก่อนที่จะขึ้นสังเวียนคัดเลือกตัวติดกลุ่มชาติไม่กี่วัน เขากำเนิดอาการโรคไส้เลื่อนอักเสบอย่างฉับพลัน กระทั่งจะต้องเข้ารับการผ่าตัดในทันทีทันใด แล้วก็โน่นทำให้ฝันการไปโอลิมปิกหนแรกของเขาจบลง

4 ปีที่มานะมาแทบจะเสียเปล่า นั่นทำให้ภาวะจิตใจของเขาตกต่ำมากมาย รวมทั้งผู้ฝึกสอนของเขาที่ชื่อว่า แลร์รี่ แทงค์สัน อยากได้ปลอบให้เขามีเป้าหมายถัดไป แม้ว่าจะมิได้ไปโอลิมปีก แม้กระนั้นก็ยังสามารถเป็นที่ 1 ของโลกได้ในสิ่งที่เขาสะดุดตาที่สุด นั่นคือ “การเป็นเจ้าแห่งหมัดความเร็วแสง”

“ผู้ฝึกสอนมาบอกว่าผมว่า หากหมัดของแกอัดเข้าหลอดลมของใครบางคน คนใดกันแน่คนนั้นจำเป็นต้องตายคาสนามแน่นอน ทีแรกๆผมก็รู้สึกว่าเขาปลอบโยนผม ผมเองก็ไม่ได้คิดอะไรล้ำลึกขนาดนั้นหรอกนะว่าหมัดของผมจะไวปานสายฟ้าอย่างที่คนใดกันเขาว่า” คีธว่าแบบนั้น

ทั้งคู่คนปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าเว็บของ รับประทานเนสส์ เวิลด์ เร็คคอร์ดส์ มอง แล้วก็พบว่ามีบางสถิติที่เขาทำเป็น เขาเปิดเจอว่า ณ ปี 2008 ชายผู้ถูกบันทึกว่าปลดปล่อยหมัดได้เร็วที่สุดในโลกเป็น จอห์น โฮซูมา นักมวยจาก ซาน โฮเซ อเมริกา ความเร็วที่โฮซูมาทำไว้เป็น 43.3 ไมล์ต่อชั่วโมง (70 กม.ต่อชั่วโมง)

และก็ผู้ฝึกสอนของ คีธบอกกับเขาเพียงแค่สั้นๆว่า “แกต่อยได้เร็วกว่านั้นอีกไอ้หนู” “ผู้ฝึกสอนเริ่มพูดว่า แกเองก็เร็วใช่เล่นนะ เพราะเหตุใดไม่ทดลองทำลายสถิติโลกมองล่ะ? แล้วหลังจากนั้นเรื่องทั้งปวงก็เริ่มขึ้น” คีธเล่าแบบไม่อาย เขาต้องการจะทำลายสถิตินั้น เขารู้ดีว่า ชิคาโกเป็นดินแดนของยอดมวย

แล้วก็จะปลดปล่อยให้สถิติที่สุดยอดรวมทั้งคู่ควรกับชาวชิคาโกอย่างงี้ไปอยู่ที่เมืองอื่นๆไม่ได้เด็ดขาด ผู้ที่ต่อยเร็วเช่นเดียวกับสายลมจำเป็นต้องมาจาก เดอะวินดี้ซิตี้ แค่นั้น เอาจริงเอาจังกระทั่งเปลี่ยนเป็นอัจฉริยะ

แม้ว่าจะเป็นแคมเปญสั้นๆที่ผู้ฝึกสอนส่วนตัวเสนอ แต่ว่าสำหรับ คีธลิดเดลล์การทำลายสถิติโลก ในพวกการปลดปล่อยหมัดที่เร็วที่สุดในโลก ทำให้เขา “อิน” เป็นพิเศษ รู้สึกตัวอีกครั้งเขาก็แปลงเป็นคนวิปลาสประเด็นการพินิจพิจารณาและก็หาวิธีทำลายสถิตินั้นอย่างเป็นจริงเป็นจังไปเสียแล้ว

“ชิคาโก ควรจะเป็นเมืองของคนมีแฮนด์สปีดมากที่สุดในโลก นั่นคือสิ่งที่ผมอยากให้คนอื่นมองเห็น” เขาว่ากับ ไซคาโก้ ไทบูล “ผมมีคณะทำงานพินิจพิจารณาเป็นของตนเอง พวกเขาทำงานมากรวมทั้งส่งบททดลองล้นหลามให้ผมทำ หมัดที่ปลดปล่อยออกไปจะเพียงแค่เร็วสิ่งเดียวมิได้ จำต้องหนักรวมทั้งตรงเป้าด้วย”

1 ปีเต็มๆกับการไล่หวดกระสอบทรายแบบวัดความเร็วรวมทั้งความเที่ยงตรง ในระหว่างที่ โอลิมปิก 2008 จบลงไปนานแล้ว แม้กระนั้น คีธลิดเดลล์ยังคงทำงานมากในแบบของตน เมื่อเวลาผ่านไป หมัดที่เคยเร็วและก็แรงเป็นทุนเดิมก็เร็วมากขึ้นไปอีกจนกระทั่งหลายท่านมีความคิดว่า “พร้อมแล้วสำหรับสถิติโลก”

“พวกเรามีถุงที่คล้ายกับโล่ถุงหนึ่งที่เอาไว้ใช้รอรับหมัดแย็บของผม โดยมี แทงค์สัน จับถุงนั้นอยู่ข้างหลัง จนกว่าวันหนึ่งเขากล่าวว่าพอแล้ว เหมาะแล้วล่ะ เพราะว่าเขามีความรู้สึกว่าราวกับแขนเขาจะหัก โน่นแปลว่ามันเร็วแล้วก็แรงขึ้นจนถึงพร้อมสำหรับในการทำลายสถิติโลก”

ภายหลังทุกสิ่งพร้อมแล้ว พวกเขาก็ชักชวนคนบันทึกสถิติจาก กินเนสส์ บุค มาเฝ้าดูการทดลองของคีธลิดเดลล์ ซึ่งแน่นอนว่าการฝึกฝนต่อยเร็วๆสิ่งเดียวมาเป็นปีๆมีหรือที่จะทำไม่ได้ คีธถอยไกลจากระยะทดลองราว 2 เมตร ต่อจากนั้นก็เหวี่ยงกำปั้นดังเปรี้ยง! เครื่องได้ความเร็วจับได้ที่ 44 ไมล์ต่อชั่วโมง

หรือเท่ากับ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำลายสถิติเดิมอย่างเป็นเอกฉันท์ เขาพาสถิติโลกกลับสู่เดอะวินดี้ซิตี้ เป็นระเบียบแล้ว ติดแล้วเลิกยาก ภายหลังจากทำลายสถิติโลกได้แล้ว แทนที่ คีธจะกลับมาฝึกหัดชกมวยอีกรอบเพื่อเตรียมตัวในการไปโอลิมปิก 2012 เปลี่ยนไปเป็นว่าเขาไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว

เพราะว่าการพบเทคนิคการต่อยเร็วที่สุดในโลก ทำให้เขาต้องการจะทำลายสถิติของตนเองอีกรอบหนึ่ง “กลเม็ดเป็นคุณจำเป็นต้องเคลื่อนและก็บิดตัวด้วยเร็วสูงมากมาย จำเป็นต้องสร้างแรงบิดราวกับราวกับการออกตัวของจักรยานยนต์ พุ่งทะยานไปด้านหน้ารวมทั้งเหวี่ยงไปเกือบจะตลอดตัว” เขาเผยเทคนิคนั้น

“ความเร็วนี้แหละที่จะทำให้ผมทำลายสถิติโลก แต่ว่าผมก็ยังไม่แน่ใจนะว่า คนโดนหมัดนี้เข้าไปจริงๆจะคืออะไร? และก็ผมหวังว่าผมจะไม่โดนผู้ใดกันต่อยด้วยความเร็วขนาดนี้เช่นเดียวกัน” สิ่งที่คีธ อุตสาหะทำลายสถิติตนเองมายาวนาน สถิติความเร็ว 44 ไมล์ต่อชั่วโมงยังคงอยู่ไม่มีผู้ใดทำลายได้

จวบจนกระทั่งในปี 2013 เขาสามารถทำลายสถิติเดิมได้อีกทีด้วยความเร็วที่มากขึ้นเป็น 45 ไมล์ต่อชั่วโมง (72 กม.ต่อชั่วโมง) ซึ่งการบรรลุผลนี้นำมาซึ่งการก่อให้เกิดการอิ่มตัว แล้วก็เริ่มกลับมาจุดโฟกัสกับการไปโอลิมปิกปี 2016 แทน ด้วยเหตุว่านี่เป็นรถไฟขบวนท้ายที่สุดของเขาแล้วในฐานะนักมวยกลุ่มชาติประเทศสหรัฐอเมริกา

แต่ว่าในที่สุด ร่างกายที่ผ่านการตรากตรำ เหวี่ยงรวมทั้งบิดตัวมาซ้ำๆอยู่ 6-7 ปี ก็ย่ำแย่จนถึงไม่พร้อมที่จะมาชกมวยที่จะต้องยืนระยะให้ครบยกอีกต่อไป คีธลิดเดลล์กล่าวการันตี ด้วยตัวเองว่า การฝึกฝนหมัดที่เร็วเป็นสถิติโลกนั้นทำให้อีกทั้งร่างกาย

ความพิเศษ รวมทั้งสมองทำงานมากมากมายๆซึ่งเมื่อประกอบกับในปี 2016 นั้นสภาพร่างกายของเขาเลยจุดพีกไปแล้วด้วย ก็เลยทำให้ในที่สุดความมุ่งหวังสำหรับเพื่อการไปโอลิมปิกของเขาก็สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ