Breaking News

คู่ต่อกรคนใหม่ สายการต่อสู้แบบผสมผสาน

คู่ต่อกรคนใหม่ เมซาบาร์บา คู่ต่อกรคนใหม่ของ แสตมป์ ศึกเวิลด์ กรังด์ปรีซ์

คู่ต่อกรคนใหม่ ทำความรู้จัก จูลี เมซาบาร์บา คู่ต่อกรคนใหม่ของ แสตมป์ ศึกเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ จูลี สร้างความตื่นตะลึงให้กับแฟน ๆ สายการต่อสู้แบบผสมผสาน  

เมื่อสามารถปราบ เม ยามากูชิ นักสู้สาวระดับตำนานจากแดนซามูไรด้วยคะแนนเอกฉันท์ในรอบแรกของศึกหญิงแกร่งครั้งประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ก่อนที่ จูลี จะลงฟาดปากกับ แสตมป์ ในศึกที่กำลังจะถึงนี้ เราอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเธอให้ดียิ่งขึ้น

จูลี เติบโตขึ้นมาใน ชาร์ดิง อเมริกา ซึ่งเป็นชุมชนที่ยากจนในเมืองรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล พ่อของเธอเสียชีวิตลงเมื่อเธออายุได้เพียง 2 ขวบ และอาศัยอยู่ตามลำพังกับแม่ของเธอซึ่งเปิดร้านพิซซาเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัว

จูลี รู้จักกับศิลปะการต่อสู้เป็นครั้งแรกในการฝึกคิกบ็อกซิ่ง ซึ่งเธอตกหลุมรักกีฬาชนิดนี้จนถอนตัวไม่ขึ้นและได้ขึ้นสังเวียนครั้งแรกเมื่ออายุ 18 ปี  ต่อมาโค้ชของเธอแนะนำให้รู้จักครูสอน ซึ่งทำให้เธอค้นพบประสบการณ์ใหม่และมุ่งมั่นที่จะเป็นนักกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสานอาชีพตั้งแต่นั้นมา

จูลี พบรักกับอดีตสามีในค่ายฝึก ต่อมาทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันชื่อ ลอเรนโซ แม้จะมีลูกแล้ว จูลี ยังคงมุ่งมั่นสานฝันการเป็นนักสู้อาชีพซึ่งทำให้สามีของเธอไม่พอใจจนกลายเป็นปัญหาครอบครัว สุดท้าย จูลี เลือกจบความสัมพันธ์เพื่อเดินตามความฝันและรับหน้าที่แม่เลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่นั้นมา

ยังมีอีกหลายอย่างที่ จูลี เลือกจะทิ้งไว้เบื้องหลังเพื่อเดินหน้าตามฝันบนเส้นทางนักสู้ เธอตัดสินใจออกจากมหาวิทยาลัยและปฏิเสธที่จะรับช่วงต่อกิจการร้านพิซซาของแม่ ทั้งที่มันสามารถสร้างฐานะที่มั่นคงให้เธอได้ โดยยังคงมุ่งมั่นคว้าฝันในการเป็นนักสู้อาชีพที่เก่งกาจให้ได้

แมตช์นี้สู้เพื่อลูก

จูลี สั่งสมชื่อเสียงจนติดอันดับท็อป 10 นักสู้หญิงของบราซิลและมีโอกาสเซ็นสัญญากับ วัน แชมเปียนชิพ เมื่อต้นปีนี้ ซึ่งเธอมองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่ลูกชายของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เธอได้รับสิทธิ์ลงแข่งขันในรอบรองชนะเลิศศึก เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ แทน ซอ ฮี ฮาม นักสู้แดนกิมจิที่ประกาศถอนตัวจากการแข่งขันเพราะอาการบาดเจ็บไปก่อนหน้านี้  

แม้จะเป็นแค่มวยแทนทั้งยังถูกมวยว่าเป็นรอง จูลี ก็พร้อมสู้เต็มที่เพราะหากเธอเอาชนะ แสตมป์ และทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ นั่นหมายความว่าทั้งชื่อเสียงและเงินทองกำลังรอเธออยู่ ซึ่งจะช่วยทำให้ลูกชายสุดที่รักมีชีวิตที่ดีขึ้นได้สมดั่งตั้งใจ

นับเป็นข่าวช็อกวงการมวยทั่วโลก เมื่อ อิลยา เมดเวเดฟ นักมวยสากลชาวรัสเซีย วัย 23 ปี ถูกหมีโจมตีได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้จะฆ่าหมีได้สำเร็จก็ตาม

เหตุการณ์เกิดขึ้น หลังจากที่เมดเวเดฟ และเพื่อนอีก 2 คน ไปตกปลาที่แม่น้ำอิลติช ในแถบไซบีเรีย โดยในระหว่างกำลังตกปลาอยู่นั้น ปรากฏว่า ทางคณะได้ยินเสียงกรีดร้อง ก่อนที่หมีสีน้ำตาลตัวหนึ่งจะเริ่มโจมตีเพื่อนของเขาจนเสียชีวิตไป 1 คน

เมดเวเดฟ ได้ป้องกันตัวด้วยการยิงปืนใส่หมีสีน้ำตาล 4 นัด แต่ก็ยังไม่สามารถทำอันตรายได้ กระทั่ง เมดเวเดฟ เริ่มใช้มีดป้องกันตัว ก่อนที่มันจะตายเพราะบาดแผล แต่จากการต่อสู้ครั้งนี้ ทำให้เขาหมดสติ และต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

สหพันธ์มวยนานาชาติ กล่าวว่า จะให้ความช่วยเหลือและให้กำลังใจกับครอบครัวของนักมวยคนนี้ เขาเป็นนักสู้ที่แท้จริง และเราหวังว่าเขาจะหายดี

สำหรับ อิลยา เมดเวเดฟ มีดีกรีคว้าเหรียญทองในการแข่งขันมวยสากลทหารชิงแชมป์โลก ปี 2019 และเป็นแชมป์ในประเทศรัสเซียอีกหลายรายการ

นอกจากนี้ ชื่อของ เมดเวเดฟ มีรากศัพท์จากภาษารัสเซีย คือคำว่า เมดเวดที่แปลว่า หมี อีกด้วย

คู่ต่อกรคนใหม่

หากเอ่ยชื่อ อิตซูกิ ฮิราตะ นักสู้สาวจากแดนซามูไร เชื่อได้ว่าแฟนกีฬามักมีภาพจำของสาวหน้าตาน่ารักสดใส สไตล์สายแบ๊ว

แต่ใครจะรู้ว่าในชีวิตจริงในฐานะนักสู้นั้น อิตซูกิ เคยผ่านบททดสอบสุดหฤโหดมานับครั้งไม่ถ้วนกว่าจะมเป็นดาวรุ่งขวัญใจแฟนกีฬาทั่วโลกในปัจจุบัน

วันนี้ เราจะพาทุกคนย้อนกลับไปดูว่า อิตซูกิ ต้องพบเจออะไรมาบ้างตลอดเส้นทางนักสู้ของเธออิตซูกิ เกิดและเติบโตที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เธอเริ่มหัดดูการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ตั้งแต่เด็กกับพ่อและพี่ชาย และเข้าคลาสฝึกวิชายูโดตั้งแต่อายุ 6 ขวบ โดยมีความใฝ่ฝันว่าจะเป็นนักกีฬาโอลิมปิกให้ได้ และด้วยความที่โค้ชและพ่อของเธอนั้นเข้มงวดในการฝึกมาก เธอจึงต้องไว้ผมสั้น และถูกพูดกรอกหูเป็นประจำว่าการแข่งขันทุกนัดถือเป็นเรื่องจริงจัง

การฝึกยูโดอย่างเข้มข้น 6 วันต่อสัปดาห์เยี่ยงนักกีฬาอาชีพ เป็นเสมือนดาบสองคม ด้านหนึ่งมันส่งผลให้ อิตซูกิ เป็นเด็กหญิงที่มีความแน่วแน่และมุ่งมั่นเกินเด็กหญิงวัยเดียวกัน แต่อีกด้านหนึ่งมันดูเหมือนจะเกินขีดจำกัดของร่างกายจนเกินจะรับไหว

ในวัย 15 ปี สมัยที่เธอกำลังเริ่มเรียนชั้นมัธยมปลาย อิตซูกิ เริ่มมีปัญหาที่หัวเข่าซึ่งกลายเป็นความเจ็บปวดร้ายแรงถึงขั้นต้องจบชีวิตนักกีฬา เธอจึงตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดและพักรักษาตัวนานร่วมปี โดยหวังว่าจะกลับมาเป็นปกติและสานฝันการเป็นนักกีฬาโอลิมปิกต่อไป

แต่แล้วเธอก็ต้องอกหักซ้ำสอง เมื่อได้รับบาดเจ็บซ้ำที่หัวเข่าเหมือนเดิมจนต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ทำให้ความฝันเริ่มหลุดลอย

อิตซูกิ เริ่มคิดที่จะหันหลังให้ศิลปะการต่อสู้ แต่ด้วยแรงสนับสนุนจากครอบครัว และไฟในหัวใจที่ยังไม่สิ้นเชื้อ เธอจึงยังมองเห็นความหวังลางๆ หลังจากที่ได้พบกีฬาชนิดใหม่ที่ดูน่าสนใจอย่าง การต่อสู้แบบผสมผสาน เธอจึงเปิดใจที่จะลองกีฬาชนิดนี้ และได้เริ่มต้นฝึกอย่างจริงจังหลังจากหายดี

อิตซูกิ ใช้พื้นฐานยูโดต่อยอดในกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสานจนครูผู้ฝึกสอนเห็นแววและจับให้เธอลงแข่งครั้งแรกในการแข่งขัน ซึ่งเป็นรายการแข่งขันการต่อสู้แบบผสมผสานระดับสมัครเล่นในรูปแบบเรียลลิตีโชว์ของประเทศญี่ปุ่น

แม้เธอจะเพิ่งเริ่มต้นผันตัวมาจับกีฬานี้ได้เพียงไม่กี่เดือน แต่ อิตซูกิ ก็พาตัวเองลอยลำสู่เส้นชัย ด้วยการซับมิสชันคู่แข่งได้ถึง 3 คนรวด ขึ้นแท่นแชมป์รายการนี้ในที่สุด

ซุปเปอร์บอน ถูกผู้สื่อข่าวถามถึงการปะทะเดือดระหว่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์ แชมป์โลกมวยไทย รุ่นฟลายเวต นักมวยเพื่อนรุ่นน้องสุดซี้ กับเจ้าตำนานการต่อสู้แบบผสมผสานจากฝั่งอเมริกา ดิมิเทรียส จอห์นสัน ในกติกาลูกผสมมวยไทย ที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 5 ธันวาคม 2564 เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปี วัน แชมเปียนชิพ

ทักษะการต่อสู้ที่เกินตัวของ อิตซูกิ ไปเตะตาผู้จัดการแข่งขันระดับโลกอย่าง วัน แชมเปียนชิพ และเริ่มต้นสั่งสมความสำเร็จในเวทีระดับโลก

อิตซูกิ เปิดตัวไฟต์แรกใน วัน แชมเปียนชิพ เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ที่เซี่ยงไฮ้ ได้อย่างสวยงาม หลังปิดเกมคู่แข่งขันด้วยการซับมิสชันตั้งแต่ยกแรก

จากนั้น อิตซูกิ ก็แรงไม่หยุดโดยกวาดชัยเหนือนักสู้สาวไทย-ญี่ปุ่น ริกะ อิชะเกะ, นักสู้สาวจากนิวซีแลนด์ ไนเรน ครอว์ลีย์ และล่าสุดในสนาม เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นอะตอมเวตหญิง เธอก็จัดการนักสู้สาวสายแข็งจากฝั่งอเมริกา อลิส แอนเดอร์สัน สั่งสมสถิติชนะ 4 ไฟต์ไร้พ่ายบนเวทีอย่างงดงาม มวย วันนี้